ในบทบาท Director / Lead ของทีม woxalabs — ครึ่งปีที่ผ่านมาคือการนำทีมที่ทำงานด้วย AI เป็นเครื่องมือหลัก วางรากฐานการทำงาน และส่งมอบระบบระดับ production ที่เปิดใช้งานจริงให้กับองค์กร
Performance Review · H1 2026 — Director / Lead, woxalabs.
ครึ่งปีแรกเป็นการตั้งทีมจากคนที่มีประสบการณ์ไม่มาก แล้ววางกระบวนการทำงานใหม่ที่ให้ AI เป็นกำลังเสริมในทุกขั้นตอน ทั้งการพัฒนา การประสานงาน และการตรวจสอบงาน โดยเน้นให้ทีมใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่มีเครื่องมือ
ผลลัพธ์คือทีมขนาดเล็กที่ส่งมอบระบบระดับ production ที่เปิดใช้งานจริง — สะท้อนว่าเมื่อวางกระบวนการให้เหมาะสม ทีมทำงานได้เกินกว่าขนาดและประสบการณ์ของตัวเอง
AI ไม่ได้มาแทนคน แต่ทำให้ทีมทำงานได้เกินขนาดของตัวเองwoxalabs — operating principle
บทบาทคือคุมการพัฒนาและ R&D ตั้งแต่วันแรก — รับ concept ทิศทางแพลตฟอร์มจาก CEO แล้วต่อยอดให้เป็นระบบจริง โดยวาง AI เป็นรากฐานของทั้งแพลตฟอร์ม ตั้งแต่การนำข่าวมาวิเคราะห์ ไปจนถึงข่าว → flash → signal เพื่อเป้าหมายในการเป็นแพลตฟอร์มการเงินการลงทุนชั้นนำ



ระบบนำ raw data ของข่าวมาให้ AI วิเคราะห์และเขียนออกมาเป็นข่าวจริงที่รองรับหลายภาษา พร้อมแสดง assets ที่เกี่ยวข้องซึ่งสอดคล้องกับ "เหตุผล" ที่รองรับข่าวนั้น จากนั้นแปลงข่าวเป็น flash → signal โดยศึกษาพฤติกรรมผู้อ่านที่ต้องการความเร็ว ข้อมูลอ้างอิงถูกต้อง หลักคือ iux24 serve ข้อมูลให้ครบ แล้วให้ user ตัดสินใจ




วางโครงสร้างให้ AI เรียกใช้ tools ใน ecosystem ที่ออกแบบไว้ — ทั้งข่าวที่ระบบสร้างเอง และการดึงข้อมูลการเงินมาประกอบการตอบ ตาม best practice ลดการใช้ token ให้ทุก input ไม่เสียเปล่า เพราะการทำ AI chat ให้ดีไม่ใช่แค่เลือก model ฉลาด แต่คือการวาง harness ให้ตรงกับผลลัพธ์ที่ต้องการ




สิ่งที่ทำให้ X24 AI ต่างออกไปคือ คำตอบไม่ได้จบที่ข้อความ แต่ AI สร้างเครื่องมือ interactive ให้ผู้ใช้ปรับตัวแปรและทดลองเองได้ ทั้ง backtest กลยุทธ์ เครื่องจำลองการออม/เกษียณ และ options simulator



นอกจาก feature ที่เห็นได้ ยังวางรากฐานเบื้องหลังที่สำคัญกว่า — การเก็บข้อมูลในรูปแบบ vector เพื่อให้ AI ค้นและใช้ได้จริง และการเก็บ พฤติกรรมของ user เพื่อส่งต่อสู่การวิเคราะห์ ทำให้ทุก feature ถัดไปต่อยอดบนรากฐานเดียวกัน
ร่วมนำทีมพัฒนา alphola ใน Phase 1 — คุมทีมวางโครงสร้างการพัฒนา และร่วมแสดงความเห็นเชิงทิศทางของงาน เพื่อให้ทีมมีฐานที่มั่นคงตั้งแต่ต้น
พาทีมทำงานร่วมกับ risk tech เพื่อสร้าง model หา abuse trader โดยรับข้อมูล transaction พฤติกรรมการเทรดของ user มาวิเคราะห์หาความผิดปกติ
ยังไม่สมบูรณ์ถึงขั้นใช้งาน production ได้ทันที แต่วางรากฐานและมิติของการพัฒนาให้เห็น — เป็นฐานสำหรับต่อยอด solution และนำงานวิจัยของผู้อื่นมาวิเคราะห์เพิ่ม เพื่อให้ detect ได้จริงในอนาคต
เป็นที่ปรึกษาและทดลองทำ project AI ที่ใช้ได้จริงภายในองค์กร โดยเริ่มขับเคลื่อนจากทีม labs เล็ก ๆ ให้เห็น usage ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง
นำ Claude Code มาใช้เป็นเพื่อนร่วมงาน วางการใช้งานเบื้องต้น และนำเสนอ usage ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริง เพื่อให้คนในองค์กรเห็นภาพว่า AI ช่วยงานประจำวันได้อย่างไร
วางระบบ Hermes ให้ทีมนำร่องใช้ AI เป็นผู้ช่วยหลายด้าน
นำ concept ของ Claude Code เพียง 1 account ไปวางไว้บน server แล้วสร้างหน้า UI ที่อิง UX แบบ co-work ราว 80% — มีทั้ง Projects, Schedules, Connectors, Plugins, Templates และ Agents & skills พร้อมโหมด permission (plan / acceptEdits / approve) และติดตาม session cost/context ได้จริง โดยใช้ R2 ในการรับ–ส่งและเก็บไฟล์อย่างปลอดภัย


พัฒนาต่อยอดจาก model ของ provider ให้โต้ตอบด้วยเสียงแทนการพิมพ์ ไม่ใช่แค่คุย — AI ยัง สั่งงานหน้าเว็บได้ด้วยเสียง (คลิก / พิมพ์ / เลื่อน) พร้อม side panel บอร์ดงานและปฏิทิน เป็นการวางรากฐานการมีปฏิสัมพันธ์กับ AI ที่เป็นธรรมชาติและเร็วขึ้น

ครึ่งปีที่ผ่านมาคือ phase ของการวางรากฐาน — ทั้งรากฐานของ "ทีมที่ทำงานร่วมกับ AI" และรากฐานของ "เครื่องมือ" ที่พร้อมส่งต่อและต่อยอดให้กับองค์กร ให้ทั้งองค์กรใช้ AI แบบ native ตั้งแต่กระบวนการทำงานไปจนถึงการส่งต่องานได้อย่างลื่นไหล
เป้าหมายปลายทางคือ ทีมที่เข้ามาต่อยอดอย่างน้อยต้องเข้าใจวิธีการทำงานนี้ แล้ว adapt เพื่อขยายผลได้กว้างขึ้นแบบ leverage โดยทั้งหมดเริ่มขับเคลื่อนจากทีม labs เล็ก ๆ
ทีมประสบการณ์น้อย → ทำงานระดับ production ได้ ด้วย process ที่มี AI เป็นแกน
Claude Labs, Hermes, Voice — พร้อมส่งต่อให้ทีมอื่นหยิบไปใช้ทันที
Vector + behavioral data ที่ทำให้ feature ถัดไปต่อยอดได้บนฐานเดียวกัน
การส่งต่องานแบบ AI-native ที่ทีมอื่น adapt แล้ว leverage ต่อได้
ยุค AI ไม่ได้วัดกันที่ “เครื่องมือ” — แต่วัดกันที่ บุคลากรที่ใช้ AI ได้อย่างเชี่ยวชาญ
In the AI era, the edge isn't the tools — it's people who wield AI with mastery.